แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thailand แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thailand แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รถยนต์หุ้มพลาสติค ลอยน้ำหรือไม่??

หลังจากโดนถามมาเยอะว่า ชั่วโมงน้ำท่วม ถ้าเอาผ้าคลุมรถมาพลิกคลุมครึ่งล่าง รถจะลอยน้ำหรือไม่
ในนามของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ผมก็เลยเขียนบทความนี้ขึ้นมา..55555

มาดูโซลูชั่นกันก่อน
จริงๆแล้ว น้ำท่วมรถ สามารถแก้ได้หลายวิธี

- ง่ายสุด เอารถไปจอดบนตึกจอดรถ
- ทำแพ ยางใน อันนี้เห็นพวกมูลนิธิ ใช้ลากรถที่โดนน้ำท่วมตอนปี 53 เมพมากๆ (Proof แล้วเวิร์คชัวร์)
(ข่าวอ้างอิง)
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=371816&ch=lc1


- มีเด็กอาชีวะเลย ทำผ้าถุงคลุมรถ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เหมือนจะไม่ได้ทำขาย
(อัพเดตครับ ตอนนี้มีคนทำขายแล้ว รวดเร็วจริงๆ)

ถุงที่ทำขาย หน้าตาแบบนี้ครับ


 ราคาขายอยู่ที่ 3,900 บาท ไปซื้อได้ที่ งานโฮมโปร เมืองทอง หรือ ลองโทรติดต่อไปที่บริษัท ดิจิตอลเซิร์ฟ รามคำแหง 24 โทร 02-7190120


- และมนุษย์โลกก็ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างเวอร์ชั่นนี้ขึ้นมา

วิธีการ เอารถเข้าถุง ก็ต้องเอาคน 4 คนช่วยกันดึง
หรือไม่ก็แนวนี้


ตอนนี้มีแนวคิดใหม่เพิ่มเติม แบบนี้ครับ
คือเป็นการเอาพลาสติคที่ใช้พันรอบพัสดุหรือลังสินค้า มาทำให้พันรถกลายเป็นดักแด้ไปเลย



ประเด็นวันนี้ก็คือ ตระกูลถุงทั้งหลายนั้น รถจะลอยหรือไม่ลอย??

ผมจะอธิบายด้วย ฟิสิกส์มอปลายครับ (หรือมอต้นหว่า)

แรงยกของแรงลอยตัว จะเท่ากับ น้ำหนักของน้ำที่วัตถุเข้าไปแทนที่



ความหนาแน่นของน้ำเปล่า คือ 1 กิโลกรัม / ลิตร 
ถ้าเป็นน้ำโคลน ก็ยิ่ง หนาแน่นกว่านั้นอีก

คำนวณง่ายๆ

ถ้ารถหนัก 1 ตัน จะต้องแทนที่น้ำเท่าไหร่ ถึงจะลอย ?

ก็แทนที่น้ำ 1000 กิโล ซึ่ง ทำกับ 1000 ลิตร

แล้วปริมาตร 1000 ลิตรนี่มันแค่ไหนกันนะ

1000 ลิตร ก็ประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตร (1 x 1 x 1 เมตร)

ถ้าพยายามทำให้เป็นทรงของรถยนต์ เบๆ เลยก็ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 50 เซนติเมตร

แต่เราก็รู้ว่า ไม่มีรถยนต์คันไหน กว้าง 1 เมตร ยาว  2 เมตร



Toyota Vios ยาว 4.3 เมตร กว้าง 1.7 เมตร หนัก 1,065 กก. (รุ่นหนักสุด)


คำนวณความสูงน้ำ ก่อนรถจะลอย ก็ 1.065 / (4.3 x 1.7) = 14.5 เซนติเมตร

พูดง่ายก็คือ ถ้าขึงให้ผ้าใบหรือผ้าพลาสติคหย่อนไปติดกับท้องรถ ระดับน้ำสูงจากใต้ท้องรถขึ้นมา 14.5 เซนติเมตร วิออสก็เริ่มลอยแล้วครับ

แต่ถ้าขึงผ้าพลาสติคตึง ไม่ติดท้องรถ  ระยะก็จะเป็น 14.5 เซนติเมตร จากพื้นถนนเลย
คันอื่นๆก็หลักการเดียวกัน
(ตอนแรกๆต้องคำนวณพิสูจน์ ตอนนี้มีคนลองจริงแล้ว ดูวิดีโอข้างล่างได้เลย)


Honda City ยาว 4.4 เมตร กว้าง 1.69 เมตร หนัก 1,150 กก (รุ่นหนักสุด)


คำนวณความสูงได้ 1.15 / (4.4 x 1.69) =  15.4 เซนติเมตร ไม่ได้หนีกันเท่าไหร่


ที่นี้มาดูรถใหญ่กันบ้าง

Honda Accord รุ่นท็อปสุด รุ่น 3.5V6
รถยาว 4.94 กว้าง 1.84 หนัก 1,652 กก


ระยะกินน้ำก่อนลอย = 1.65 / (4.94 x 1.84) = 9.08 เซน เท่านั้น 

รถยิ่งใหญ่ ความหนาแน่นยิ่งต่ำ (ยิ่งโปร่ง)

BMW Series 3 (e90)
ยาว 4.53 เมตร กว้าง 1.98 เมตร หนัก 1,465 กก


อันนี้ = 1.46 / (4.53 x 1.98) = 16.2 เซนติเมตร

สรุป คือจะบอกว่า ก็ลอยกันทั้งนั้นแหละ 
ระยะที่ว่า นี้คือ นับจากใต้ท้องรถนะครับ ไม่ใช่นับจากล้อ

จริงๆแล้วมีประเด็นที่น่าสนใจ เพราะจริงๆแล้ว น้ำหนักรถไม่ได้เฉลี่ยเท่ากันทั้งคัน
ด้านหน้า หนักกว่า เพราะเป็นเครื่องยนต์

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น แพยางใน หรือถุงหุ้ม ก็ต้องระวังเรื่องการถ่ายเทน้ำหนักดีๆ
ไม่งั้นรถจะเป็นแบบนี้



อันนี้เป็นภาพจริงจากเหตุการณ์ Tsunami ที่ญี่ปุ่น 
ซึ่งเราจะเห็นว่า รถลอยกันตุ๊บป่องๆ หน้าทิ่มๆกัน
รถพวกนี้ ไม่ได้เคลื่อนที่เพราะโดนน้ำพัดไถลนะครับ แต่ลอยตามกระแสน้ำเลย

ดังนั้น พวกตระกูล ถุงหุ้มทั้งหลาย จงระวังหุ้มด้านหน้าไว้ให้เยอะๆ  เท่าที่ดู ก็มิดกระจกหน้าละครับ
จะให้ดีก็เอาให้รอบคันไปเลย

(Update: ตอนแรกผมนึกว่าหน้ารถจะทิ่ม แต่จากวิดีโอที่ทดลองจริง ปรากฏว่า ก็ลอยตัวเสมอดี แสดงว่าโพรงอากาศในห้องเครื่องก็มีปริมาตรไม่น้อยเช่นกัน เอาเป็นว่าใช้วิจารณญาณละกันครับ)

มีข้อควรระวังอีกอย่างนึง ก็คือ ถุงหุ้ม ถ้าเป็นพลาสติคไม่ได้หนามาก
ถ้าขึงตึงๆ แล้วเอารถวิ่งทับ น้ำหนักรถทับผ้า และขึงจนตึง
เมื่อแรงน้ำพยายามกดขึ้น ผ้าจะโดนรถทับไว้ และจะขาด ถ

วาดภาพง่ายๆ ก็เหมือนเอาผ้าใบ มาขึงตึงๆสี่มุม แล้วเอารถวิ่งทับ
ผ้าใบคงรับน้ำหนักรถได้ยาก

ถ้าจะให้ดี ควรให้ใต้ท้องรถนั้น ผ้ามีพื้นที่ย่นเข้าแนบติดใต้ท้องรถ จะได้ไม่ต้องรับน้ำหนักรถเต็มๆ

แต่ถ้าคิดว่าผ้าใบหนาพอ ก็สบายใจได้
ลองดูสาธิตการห่อ และเดโม่การจุ่มน้ำได้จากวิดีโอ ของ ม.สุรนารี

ผมคิดว่า แนวคิดรถลอยนั้นสำคัญมาก เพราะ ถ้าเคว้งคว้างไปมาก อาจจะไปชนกับของภายในบ้าน ทำให้เกิดรอยบนรถได้
แต่ถ้าจอดในที่สาธารณะ อันตรายสุดๆ นอกจากจะลอยไปตามกระแสน้ำแล้ว
ขโมยยังเหมือนมี Super แม่แรง ที่ทำให้เขาสามารถแทบจะผลักรถโดยใช้นิ้วเดียวได้เลย
เข็นด้านข้าง หมุนรถ สบายมาก 
สัญญาณกันขโมยพวกที่ตรวจสอบความเอียง คงจะดังกันจนป่วน (หรือเปล่า?)




ถ้ารถจะต้องแช่น้ำจริงๆ
1. ถอดแบตตารี่ออก
2. ถอดกล่อง ECU อันแสนแพงออก
3 หุ้มปลายท่อไอเสีย กันน้ำเข้าเครื่อง
4 หุ้มท่ออากาศเข้าเครื่อง (หลังใส้กรองอากาศ)
5 หุ้ม ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง







วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

Asiabooks เปิดตัวบริการ eBooks

หลังจากที่ iPad และอุปกรณ์ Tablet ทั้งหลายเริ่มเข้าไทยเป็นเวลากว่า 1 ปี และทำท่าจะกลายเป็นอุปกรณ์สำหรับ "Consume" ข้อมูล แทน Netbook ไม่ว่าจะเป็นเว็บ อีเมล์ เกมส์ หรือหนังสือ

หลายคนอาจจะเคยซื้อ eBooks จากแพลตฟอร์มของฝรั่งกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแม็กกาซีน หรือหนังสือ
วันนี้ Asiabooks เปิดตัวร้านหนังสือ eBooks ขึ้นในไทยอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งหลายคนก็ยังงงว่า แล้วจุดขาย หรือความแตกต่างจากการซื้อโดยตรงจาก Steve Jobs คืออะไร



AsiaBooks บอกว่า หนังสือที่จะจำหน่ายแบบ eBooks นั้นจะเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ แม้จะมีเรื่องราวของย่าน Asia บ้าง แต่ก็ยังคงเป็นหนังสือ section - south east asia อย่างที่เห็นตามร้านเอเชียบุ๊ค

จำนวนปกที่วางจำหน่ายในเริ่มแรกนั้นคือ 500,000 ปก ราคาเห็นมีตั้งแต่ 95 บาท ไปถึง 2-300 และก็ไปเรื่อยถึงเฉียดพัน ในเว็บบอกว่าการซื้อหนังสือแบบอีบุ๊คส์นั้นจะได้ดีลที่ดีกว่า คือมีส่วนลด แต่ก็ไม่ใช่แบบว่า เหลือเล่มละไม่กี่สิบบาท

การใช้บริการนั้น สามารถทำได้ผ่านเว็บของ AsiaBooks สามารถเข้าไปซื้อที่ Kiosk ในร้าน Asiabooks สาขา สยามพาราก้อน ใครอยากฮิป ลองไปใช้บริการดูได้

สเต็ปการใช้งานคือ
- เลือกหนังสือ (เว็บ , Kiosk)
- จ่ายเงิน (5 วิธี - Counter Service 7-11, PayPal, บัตร Visa/Mastercard, โอนเงินเข้าบัญชี และจ่ายที่เคาท์เตอร์ในร้าน)
- ดาวน์โหลดหนังสือ

แพลตฟอร์มอีบุ๊คที่ Asiabooks เลือกใช้นั้นเป็นตระกูล EPUB กับ PDF
อุปกรณ์ที่รองรับสำหรับอ่านนั้นมีอยู่ 4 ตัวด้วยกันคือ
- พีซีวินโดวส์
- เครื่องแม็ค
- iPad
- iPhone

โดยบนวินโดวส์นั้นจะใช้โปรแกรม Adobe Digital Edition, eReader Pro กับ Microsoft Reader
ของแม็ค OS X จะเป็น Adobe Digital Edition
ไอแพ็ตจะใช้โปรแกรม BlueFire Reader, PDF Word Excel File Viewer และโปรแกรม eReader
ส่วนไอโฟนนั้นจะเป็นโปรแกรม BlueFire Reader และ eReader

สิ่งที่ AsiaBooks ทำจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า ร้านหนังสือจะอยู่ในโลกอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ อย่างไร
ความจริงบริการร้านหนังสืออีบุ๊คของ AsiaBooks ก็มีจุดเด่นหลายอย่าง เช่น

-สามารถให้บริการหนังสือได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าตัวเองมากกว่า Global Brand
-การชำระเงิน / ให้บริการ สามารถทำได้ใกล้ชิดกว่า ยิ่งถ้าลูกค้าไม่ต้องการจ่ายเงินออนไลน์
-หรือกรณีที่ลูกค้ามา Visit ที่ร้านแล้ว ก็สามารถได้หนังสืออีบุ๊คกลับบ้านไปได้ด้วย
-แก้ปัญหาหนังสือ Out of Print หรือปัญหาสต็อค / shelf ในร้าน โดยร้านอาจจะวางเฉพาะหนังสือขายดี หรือหนังสือออกใหม่

อย่างไรก็ดีหนังสือที่จำหน่ายในร้านอีบุ๊คปัจจุบันยังเป็นปกต่างประเทศ ซึ่งก็สามารถหาซื้อได้จากแพลตฟอร์มอีบุ๊คอื่นๆทั้งของ Amazon, B&N, iBookstore ได้เช่นกัน ยังไม่เห็นการ Localization
ดังนั้นปัจจัยที่จะเป็นจุดขาย ก็จะเป็นเรื่องราคา อัตราแลกเปลี่ยน และความสะดวกกับบริการอีกนิดหน่อย ที่ทำให้ลูกค้าหันมาช็อปกับเอเชียบุ๊คส์

ทรูบุ๊คสโตร์เองที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว กลับมีหนังสือภาษาไทยจำนวนมาก ซึ่งมีจุดขายชัดเจน แถมยังมีการพูดถึงเครื่อง eReader ของ BenQ ด้วย

ดังนั้น อีบุ๊คสโตร์ของ Asiabooks เหมือนเป็นการเติมเต็มร้านขายหนังสือของตัวเอง และเปิดโอกาสในอนาคตของโลกอีบุ๊คส์ และไม่แน่ เราอาจจะได้เห็นโมเดลใหม่ๆ เช่นการสมัครสมาชิกอ่านไม่อั้น หรือเช่าอ่านเป็นระยะเวลา

ไม่แน่งานสัปดาห์หนังสือคราวหน้า อาจจะจัดที่พันทิพพลาซ่าก็ได้นะครับ